กีฬาเทนนิส คนตาบอด เกมที่ใช้การฟังเป็นดวงตา

กีฬาเทนนิส คนตาบอด

กีฬาเทนนิส คนตาบอด คือกีฬาที่ท้าทาย การรับรู้ของมนุษย์ เพราะผู้เล่นไม่ใช้สายตา แต่นำทางด้วยเสียง และความรู้สึก การตีลูก การฟังเสียง และการสื่อสารกับโค้ช ล้วนต้องอาศัยการฝึกฝน และความเชื่อใจสูง เทนนิสชนิดนี้จึงไม่ใช่แค่กีฬา แต่คือเวทีที่เผยให้เห็น ศักยภาพที่ไม่มีขีดจำกัด

  • เทนนิสคนตาบอด คือกีฬาที่ใช้การฟังนำทาง
  • กีฬานี้ช่วยพัฒนาทั้งร่างกาย และจิตใจของผู้พิการ
  • ไทยเริ่มมีการขับเคลื่อน แม้ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น

จุดกำเนิดของ เทนนิสสำหรับคนตาบอด

กีฬาเทนนิสสำหรับคนตาบอด เริ่มต้นในประเทศญี่ปุ่นโดย “นายมิโยชิ ทาเคอิ” (Miyoshi Takei)ผู้พิการทางสายตา ซึ่งเป็นคนแรก ที่ประดิษฐ์วิธีเล่นเทนนิสแบบใหม่ ขึ้นมาในปี 1984 เขาใช้ลูกบอลยาง ที่ใส่กระดิ่งไว้ข้างใน และตีด้วยไม้เทนนิส ที่เบากว่าปกติ บนสนามขนาดเล็ก

ทำให้ผู้เล่น สามารถใช้การฟัง แทนการมองเห็นได้ จากนั้นกีฬานี้ ก็เริ่มแพร่กระจายไปทั่วโลก ปัจจุบันมีมากกว่า 30 ประเทศ ที่จัดแข่งขันเทนนิสคนตาบอด และมีความพยายามผลักดัน ให้เข้าสู่พาราลิมปิก ในอนาคต

ความสำเร็จของนักกีฬา ในระดับนานาชาติ ทำให้กีฬาเทนนิสคนตาบอด เริ่มได้รับการยอมรับมากขึ้น และถูกบรรจุ ในการแข่งขันระดับภูมิภาคอย่าง IBSA World Games [1]

รูปแบบการเล่น และกติกาที่ออกแบบมา อย่างพิถีพิถัน

ลูกเทนนิสจะมีเสียงกระดิ่งข้างใน และสนามจะเล็กลงกว่าปกติ ผู้เล่นใช้การฟังตำแหน่งลูกจากเสียง เพื่อวิ่งและตีกลับผู้ฝึกสอน หรือ ผู้ช่วย จะอยู่ด้านหลังช่วยแจ้งทิศทาง และเป็นดวงตาแทนผู้เล่น การแข่งขัน จะมีการแบ่งผู้เล่นเป็น 4 ระดับ ตามความสามารถ ในการมองเห็น (B1-B4)

  • B1 : มองไม่เห็นเลย (ต้องปิดตาทุกคน เพื่อความยุติธรรม เพื่อให้เกิดความเสมอภาค ในการเล่น เนื่องจากแม้แต่เงา หรือแสง ก็อาจส่งผลต่อการตอบสนอง)
  • B2-B3 : มีการมองเห็นเล็กน้อย (จะได้รับการปรับกติกา เช่น ให้ลูกกระดอน 2-3 ครั้งก่อนตี เพื่อให้มีเวลามากพอ ในการจับทิศทางลูกจากเสียง และแรงสั่นสะเทือน)
  • B4 : มีการมองเห็น มากกว่าเล็กน้อย (ใกล้เคียงกีฬาทั่วไป แต่ยังต้องใช้ลูกเทนนิสมีเสียง และอาจมีข้อจำกัดบางอย่าง เพื่อความสมดุลในการแข่งขัน)

 

นอกจากนี้ ยังมีการกำหนด ให้ผู้เล่นพูดคำว่า “ready” ก่อนเสิร์ฟ และผู้รับต้องพูดว่า “yes” เพื่อยืนยันว่า ได้ยินเสียงลูกแล้ว ซึ่งช่วยลดการผิดพลาด และเพิ่มความปลอดภัย ระหว่างเล่น [2]

ความท้าทาย ของเทนนิสคนตาบอด

การเล่นเทนนิสคนตาบอด ไม่ได้ใช้แค่ทักษะ ทางร่างกายอย่างเดียว แต่ต้องพึ่ง

  • การฟังที่แม่นยำมาก เพื่อระบุตำแหน่งของลูก จากเสียงกระดิ่ง ในลูกเทนนิส
  • ปฏิกิริยาไว เพื่อรับมือกับลูก ที่เคลื่อนที่รวดเร็ว และไม่สามารถเห็นได้
  • การจดจำตำแหน่ง ของสนาม เพื่อให้เคลื่อนที่ได้มั่นใจ แม้ไม่มีภาพในหัว
  • การเชื่อใจโค้ช และคู่ซ้อมอย่างเต็มที่ เพราะเสียงจากพวกเขา คือดวงตาที่นำทาง ตลอดการแข่งขัน

 

สิ่งเหล่านี้ ทำให้ผู้เล่นเทนนิสคนตาบอด หลายคนมีความสามารถด้าน “การรับรู้ผ่านเสียง” ที่พัฒนามากกว่าคนทั่วไป นอกจากนี้ ยังต้องอาศัยความอดทนสูง เนื่องจากการฝึกซ้อม ในสนามที่เงียบมาก อาจทำให้ผู้เล่นรู้สึกกดดัน หรือตึงเครียด จึงต้องมีระบบสนับสนุน ด้านจิตใจร่วมด้วย [3]

เทนนิสกับการพัฒนาทักษะชีวิต ของผู้พิการทางสายตา

กีฬาเทนนิส คนตาบอด

กีฬาเทนนิสสำหรับคนตาบอด ไม่ได้แค่ช่วยให้สุขภาพดีขึ้น แต่ยังเป็นเครื่องมือ ในการเสริมสร้าง “ทักษะชีวิต” ได้อย่างครบถ้วน เช่น

  • กล้าเข้าสังคมมากขึ้น จากการทำงาน ร่วมกับเพื่อนร่วมทีม และสร้างความสัมพันธ์ ผ่านการฝึกซ้อม และแข่งขัน
  • รู้จักการวางแผน และแก้ปัญหาเฉพาะหน้า จากสถานการณ์จริง ในเกมที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
  • ฝึกสมาธิ และการควบคุมอารมณ์ เพราะต้องจดจ่อ กับเสียงลูกบอล และจัดการความตื่นเต้น ระหว่างการแข่งขัน
  • รู้สึกมีเป้าหมาย และสร้างความภาคภูมิใจ ในตัวเอง เมื่อได้ลงแข่งขัน และเห็นพัฒนาการของตนเอง อย่างชัดเจน

 

หลายโรงเรียนคนตาบอด นำเทนนิสคนตาบอด ไปใช้เป็นกิจกรรมเสริม เพื่อส่งเสริมพัฒนาการ ทั้งด้านร่างกาย และจิตใจ เช่นเดียวกับ วีลแชร์ เทนนิส ที่เปิดโอกาสให้ผู้ใช้รถเข็น ได้เคลื่อนไหวในกีฬา ได้อย่างเท่าเทียม เทนนิสคนตาบอดก็สร้างพื้นที่ ให้ผู้พิการทางสายตา ได้มีบทบาท และเข้าถึงกีฬาได้เช่นกัน

การเติบโต ของเทนนิสคนตาบอด ในประเทศไทย

แม้จะยังไม่แพร่หลาย มากนักในไทย แต่เริ่มมีความเคลื่อนไหว จากกลุ่มนักกีฬาผู้พิการ และองค์กรอาสาสมัคร เช่น

  • การจัดกิจกรรมทดลองเล่น ในโรงเรียนสอนคนตาบอด
  • ความร่วมมือกับชมรมเทนนิส ระดับมหาวิทยาลัย
  • โครงการนำเข้า ลูกเทนนิสมีเสียงจากญี่ปุ่น เพื่อใช้ในการฝึกซ้อม

 

ประเทศไทยยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น แต่ก็มีศักยภาพสูง หากได้รับการสนับสนุน ที่ต่อเนื่องจากทั้งรัฐ เอกชน และภาคการศึกษา นี่อาจเป็นก้าวเล็ก ๆ ที่จะต่อยอดไปสู่การสร้างทีม เทนนิสคนตาบอดไทยในอนาคต

สิ่งที่คนทั่วไปไม่ค่อยรู้ เกี่ยวกับกีฬาเทนนิสคนตาบอด

  • ผู้เล่น B1 จะนึกภาพสนามในหัว จากการนับก้าว และเสียงสะท้อน ซึ่งต้องอาศัยความแม่นยำ ในการคาดคะเนตำแหน่ง และจดจำระยะของสนาม อย่างเป็นระบบ
  • ลูกเทนนิสมีเสียงกระดิ่ง แต่ถ้าใช้วัสดุผิด เสียงจะเบาเกินไป ทำให้เล่นยาก และผู้เล่นจะเสียจังหวะในการฟัง และตอบสนอง
  • การฝึกต้องใช้ “สนามเงียบ” แบบพิเศษ ไม่มีเสียงรบกวนเลย เพื่อให้ผู้เล่นได้ยินเสียงลูกชัดเจนที่สุด และลดความสับสนระหว่างเกม
  • ผู้ฝึกสอน ต้องผ่านการฝึกด้าน “คำสั่งเสียง” ที่เฉพาะเจาะจงมาก เพื่อให้คำแนะนำ มีจังหวะชัดเจน สั้น กระชับ และเข้าใจได้ในทันที
  • ลูกเทนนิส สำหรับผู้พิการสายตา มีอายุการใช้งาน ที่สั้นกว่าลูกปกติ เพราะต้องกระดอนช้า และคงเสียงไว้ได้ดี ซึ่งทำให้ต้องมีการ จัดเตรียมอุปกรณ์ ให้เพียงพอในการฝึก และแข่งขัน

 

นี่คืออีกหนึ่งแง่มุม ที่คนทั่วไปไม่เคยรู้ ว่ากีฬานี้ต้องการความละเอียด และวินัยแค่ไหน

บทส่งท้าย เรื่องราวของ กีฬาเทนนิส คนตาบอด

กีฬาเทนนิส คนตาบอด อาจยังไม่ใช่กีฬา ที่รู้จักในวงกว้าง แต่กลับเต็มไปด้วยความหมาย ความพยายาม และศักยภาพ ที่ไม่แพ้กีฬาชนิดใด ในประเทศไทยเอง หากได้รับการสนับสนุน อย่างต่อเนื่อง มันอาจกลายเป็น หนึ่งในกีฬาหลัก ของประเทศไทย ในอนาคต

เทนนิสสำหรับคนตาบอด ต่างจากเทนนิสทั่วไปยังไง ?

ต่างกันที่ใช้การฟัง แทนการมองเห็น สนามเล็กลง และใช้ลูกมีเสียง รวมถึงมีผู้ช่วยฝึกคอยแจ้งทิศทาง ซึ่งต้องอาศัยความเข้าใจ และการสื่อสารสูงมาก

มีเทนนิสสำหรับคนตาบอดในไทยไหม ?

เริ่มมีแล้ว ทั้งในรูปแบบกิจกรรมอาสา และการแข่งขันท้องถิ่น แม้ยังไม่แพร่หลาย แต่เริ่มมีการพูดถึงมากขึ้น ในวงการกีฬา เพื่อคนพิการ

Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน

แหล่งอ้างอิง